ร่วมแถลงข่าว และลงนามสัญญาความร่วมมือโครงการฉลาดเล่น

  โรงเรียนอนุบาลบ้านท่าพระยาจักรเป็นโรงเรียนต้นแบบ ร่วมแถลงข่าว โครงการโรงเรียนฉลาดเล่น เพื่อกระตุ้นพัฒนาการเด็ก   ซึ่ง  สพฐ. ร่วมมือกับ สสส.   มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัว “โรงเรียนฉลาเล่น : Active School” ส่งเสริมกิจกรรมทางกายในนักเรียน

          
       เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุม Infinity 1 ชั้น 7 โรงแรมเอทัส ลุมพินี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม (วปส.) มหาวิทยาลัยมหิดล และ 12 โรงเรียนในสังกัด สพฐ. แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “โรงเรียนฉลาดเล่น : Active School” และลงนามบันทึกความร่วมมือในการพัฒนางานวิจัยและขับเคลื่อนนโยบายภายใต้โครงการวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในโรงเรียน
       
          ว่าที่ร้อยตรีประกฤษ  โพธะนัง  ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลบ้านท่าพระยาจักร กล่าวว่าโรงเรียนอนุบาลบ้านท่าพระยาจักรของเรา ได้ดำเนินการในเรื่องของ Active School มานานแล้ว แต่เราอาจจะไม่ได้เรียกชื่อนี้  อาจจะเรียกชื่อว่า เรียนปนเล่น  เรียนปนกิจกรรม คือโรงเรียนของเราไม่ได้เน้นด้านวิชาการอย่างเดียว เราไม่ได้ให้เด็กเรียนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมอย่างเดียว เรามีกิจกรรมมากมายให้เด็กได้เล่นได้ทำ  ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ที่เราได้ดำเนินการมาในภาคเรียนที่ผ่านมา หรือแม้กระทั่งกิจกรรมพิกุลเกม คือเป็นกิจกรรมกีฬาสีของนักเรียน ที่เราจะจัดในช่วงปลายภาคเรียนที่ 2 แต่ในช่วงระยะเวลาก่อนถึงกีฬาสี และเป็นชั่วโมงสุดท้าย และชั่วโมงพักกลางวัน เด็กก็ได้ซ้อมกิจกรรม ได้เล่นกิจกรรมที่ตนเองถนัด ก็เป็นที่ชื่นชอบของนักเรียน หรือแม้กระทั่งกิจกรรมดนตรีปลอดยาเสพติดเป็นกิจกรรมให้นักเรียนได้สนุกกันอย่างเต็มที่ ก็เห็นได้ชัดว่าโรงเรียนอนุบาลบ้านท่าพระยาจักรของเราดำเนินการมานานแล้ว  แต่เรายังไม่ได้มีกระบวนการทดสอบใดใด ในการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ก็เป็นสิ่งที่ดีมากที่โรงเรียนอนุบาลบ้านท่าพระยาจักรของเราได้เข้าร่วมก็หวังว่า จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย และนักเรียนด้วย  ผู้อำนวยการว่าที่ร้อยตรีประกฤษกล่าว

 

     ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวถึงการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในคนไทย ว่า การมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอจำเป็นต่อประชากรทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะวัยเด็กอายุตั้งแต่ 6 - 17 ปี ที่กำลังมีพัฒนาทางร่ายการพร้อมๆ กับพัฒนาการทางสมอง ซึ่งที่ผ่านมา พบว่า เด็กไทยยังขาดการมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอต่อสุขภาพ และมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary) คือ การนั่งนิ่งอยู่กับที่ถึงวันละ 13 ชั่วโมง 35 นาที ในขณะที่มีกิจกรรมทางกายในระดับปานกลางถึงหนักตามข้อเสนอระดับสากลไม่ถึงวันละ 60 นาที เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดภาวะอ้วนในเด็กที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สสส. โดยแผนกิจกรรมทางกาย มียุทธศาสตร์การทำงานที่สำคัญ คือ ผลักดันให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ โดยตั้งเป้าภายในปี 2564 คนไทยอายุ 11 ปีขึ้นไป ควรมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของประชากรในช่วงวัยนี้ โดยภายในปี 2562 ลดจำนวนผู้มีภาวะน้ำหนักตัวเกิน และโรคอ้วนในเด็กให้น้อยกว่าร้อยละ 10 โดยมุ่งส่งเสริมให้มีปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย

       
       “ดังนั้น สสส. จึงได้สนับสนุนโครงการ “โรงเรียนฉลาดเล่น Active School” เนื่องจากเล็งเห็นว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งช่วยเพิ่มกิจกรรมทางกายในเยาวชน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กนักเรียนให้มีพื้นที่ เวลา และโอกาสเพื่อเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเหมาะสม ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยแลกเปลี่ยนความรู้กับภาคีที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนนวัตกรรมต้นแบบ ตลอดจนเผยแพร่องค์ความรู้จากการวิจัยสู่สาธารณะ เพื่อให้เกิดการขยายผลการดำเนินงานไปสู่ระดับนโยบายต่อไป” ผอ.สำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าว
       
       นายสนิท แย้มเกษร ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า ปัจจุบันทาง สพฐ. มุ่งเน้นและให้ความสำคัญเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวร่างกายของเด็ก ในช่วงเวลาที่อยู่โรงเรียน รวมไปถึงการส่งเสริมกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning ที่ให้นักเรียนได้มีโอกาส เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง นอกจากนี้ ยังมีนโยบายอื่นๆ ที่เป็นการส่งเสริมการมีสุขภาพและความแข็งแรงของนักเรียน เพราะเห็นว่าการเคลื่อนไหวร่างกาย จะนำไปสู่การพัฒนาการที่ดี ทั้งในด้านร่างกาย สังคม อารมณ์ และสติปัญญา ดังจะเห็นได้จากดำเนินนโยบาย ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ตามหลัก 4H อันประกอบด้วย Head Hand Heart และ Health


       
       ด้าน อ.ดร. ปิยวัฒน์ เกตุวงศา หัวหน้าโครงการวิจัย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดลกล่าวถึง การส่งเสริมกิจกรรมทางกายในโรงเรียน “โรงเรียนฉลาดเล่น Active School” ว่า ถือเป็นการสนับสนุนให้โรงเรียนต้นแบบที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ได้นำแนวคิดในการจัดสรรเวลาและโอกาสให้นักเรียนได้มีการมีกิจกรรมทางกาย การเคลื่อนไหวร่างกาย ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ในหลักสูตร โดยใช้กิจกรรมการเล่นแบบ Active Play ที่ผ่านการทดลองทางการวิจัยแล้วว่า สามารถเพิ่มพูนประสบการณ์ กระตุ้นการเรียนรู้ ทักษะด้านการฟังพูดอ่านเขียน การคิดวิเคราะห์ และช่วยในการพัฒนาทักษะต่างๆ ที่เหมาะสมตามช่วงวัย ตามคุณลักษณะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิผล ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวนี้จะเห็นได้ว่ามีความสอดคล้องกับแนวการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ที่รัฐบาลกำลังมุ่งเน้นในปัจจุบัน
       
       ดร.ปิยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญคือ นักเรียนในโรงเรียนฉลาดเล่นจะมีทักษะในการดำเนินชีวิต สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ตามสถานการณ์ สนุกกับการเรียนรู้ทางวิชาการ เพราะธรรมชาติของเด็กทุกๆ คนชอบที่จะเล่น ดังนั้น หากเราสามารถประยุกต์เอากิจกรรมการเล่น การมีกิจกรรมทางกาย เข้ามาช่วยกระตุ้นความพร้อมทางสมองและการเรียนรู้ของเด็ก ก็จะช่วยทำให้เด็กๆ มีสมาธิและความเข้าใจในการเรียนได้ดียิ่งขึ้น สำหรับโรงเรียนที่เข้าร่วมสามารถเลือกโมเดลต้นแบบในการดำเนินกิจกรรมไปใช้กับโรงเรียนของตนได้ตามความพร้อม เป้าหมาย และบริบทของโรงเรียน โดยมีทางเลือกทั้งสิ้น 3 โมเดลคือ 1) เน้นส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายในทุกโอกาสของแต่ละวัน รวมถึงในห้องเรียน 2) เน้นส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายในช่วงเวลาพัก เวลาว่าง และชั่วโมงกิจกรรม และ 3) เน้นส่งเสริมพื้นที่สำหรับการวิ่งเล่นและการเคลื่อนไหวร่างกาย

 

 

 


ทีมข่าว BTPJ news โรงเรียนอนุบาลบ้านท่าพระยาจักร